คุณกำลำงอยู่หน้า : Home คลังข้อมูลวัฒนธรรม ศิลปะ ศิลปะประเภทลาย ลายกำมะลอ


ศิลปะประเภทลาย ลายกำมะลอ

อีเมล พิมพ์

ควรอธิบายให้ทราบถึงลักษณะลายกำมะลอที่เป็นประณีตศิลป์
ประเภทลายกำมะลอได้ทำขึ้นให้เป็นที่ปรากฏและพึงดูชมได้ยังมีส่วนที่เป็นลายกำมะลอซึ่งทำขึ้นแต่ครั้งกระโน้นคงเหลือ อยู่บ้างแต่ก็มักไปตกอยู่เสียตามที่
ห่างหูไกลตาหรือไม่ก็อยู่ตามที่ลับตา ควรจะดูชมได้ยาก จึงเป็นสิ่งที่คนทั่วไปในปัจจุบันไม่สู้พบเห็นและรู้จักได้
                ลายกำมะลอ เป็นชื่อการเขียนระบายสีอย่างหนึ่ง ใช้สีฝุ่นต่าง ๆ สี ผสมด้วยยางรักหรือรักน้ำเกลี้ยง ซึ่งทำหน้าที่ยึดสีให้จับติดกับพื้นที่มักทาไว้ด้วย
ยางรักเป็นสีดำ ๆ สีฝุ่นแต่ละสีเมื่อผสมกับยางรักสีดำก็มักจะกลายเป็นสีหม่นลงไปทุกสี สีผสมยางรักนี้เมื่อนำมาเขียนระบายเป็นรูปภาพขึ้นบนพื้นที่ทายาง
รักสีดำขึ้นไว้แต่แรกก็จะเกิดเป็นรูปภาพ ช่วยให้เด่นเห็นชัดเจนขึ้น
                ลายกำมะลอหรือรูปภาพเขียนขึ้นด้วยวัสดุและวิธีการตามที่ได้กล่าวมานี้ มีลักษณะเฉพาะเด่นชัดคือ พื้นเป็นสีดำ ลวดลายหรือรูปภาพมีสีต่าง ๆ
แต่เป็นสีหม่นทุกสี ส่วนที่เห็นเด่นชัดขึ้นมาจากพื้นที่เป็นสีหม่น คือสีทองของเส้นที่แสดงส่วนละเอียดต่าง ๆ
                งานประณีตศิลป์ประเภทลายกำมะลอ เป็นงานตกแต่งซึ่งทำขึ้นบนบานประตู บานหน้าต่าง ฝาตู้ ฝาหีบ ฉาก ลับแล หน้าใบ ประกับคัมภีร์ แผงข้าง
ม้าอัฒจันทร์ที่ตั้งพระ ฯลฯ
                ลายกำมะลอ แต่เดิมเป็นของจีนที่ทำขึ้นก่อน เขียนตกแต่งเครื่องเรือนชนิดต่าง ๆ เช่น ฉากพับ ลับแล ฝาหีบ ฝาตู้ เป็นต้น ของซึ่งเขียนตกแต่งด้วย
ลายกำมะลอปรากฏมีในเมืองไทยเมื่อปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา สันนิษฐานว่าพวกจีนนำเข้ามาโดยติดมาในลายตกแต่งเครื่องเรือนอย่างจีนที่บรรทุกสำเภามา
แต่เมืองจีนเข้ามาขายในกรุงศรีอยุธยา คนไทยแรกได้เห็นลายกำมะลอ คงเป็นของแปลกถึงจะเกิดความพอใจ แต่จะทำขึ้นบ้างคงทำไม่ได้ เพราะไม่รู้วิธีผสม
สีผสมน้ำยา ต่อมาพวกจีนที่เป็นช่างไม้เข้ามาตั้งรับจ้างต่อเครื่องเรือนขายในกรุงศรีอยุธยา ซึ่งมีหลักฐานอยู่ในคำให้การขุนหลวงวัดประดู่ทรงธรรมว่ามีชาว
จีนมาตั้งบ้านทำเครื่องเรือนมีอยู่หลายแห่งในกรุงศรีอยุธยา ช่างจีนพวกนี้คงมีคนในหมู่พวกนั้นเป็นช่างเขียนกำมะลอร่วมมาด้วยละได้ทำงานประเภทนี้ตก
แต่งเครื่องเรือนอย่าง จีนออกขายแพร่หลายอยู่ในเวลานั้น คนไทยที่สนใจการเขียนลายกำมะลอ ก็ย่อมมีโอกาสได้เห็นการเขียนของจีน อาจเลียนแบบและจำ
วิธีการมาเขียน ทำได้เองขึ้นบ้าง   จึงเกิดการเขียนลายกำมะลอที่มีรูปภาพและลวดลายแบบไทยประเพณีขึ้น ประดับอยู่ตามฝาตู้ ฝาหีบ เมื่อสมัยอยุธยาตอนปลาย
จำนวนไม่น้อย
            งานประณีตศิลป์ประเภทลายกำมะลอ มาขาดตอนลงไประหว่างสมัยที่กรุงศรีอยุธยาเสียแก่ข้าศึก ตราบจนกระทั่งมาถึงรัชกาลที่ 3 กรุงรัตนโกสินทร์
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระราชดำริให้ฟื้นฟูขึ้นถึงขีดสุด ดังจะได้พรรณนาต่อไปข้างหน้า
            งานเขียนลายกำมะลอ ที่ได้ทำขึ้นใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 3 มีทั้งงานขนาดย่อมและงานขนาดใหญ่ ซึ่งส่วนมากเป็นประณีตศิลป์ที่ทำขึ้นเพื่อเป็นพุทธบูชา
            งานเขียนลายกำมะลอขนาดย่อม ได้แก่ประเภทไม้ประกับหน้าผูกคัมภีร์ หีบไม้ใส่สมุดพระมาลัย เป็นต้น
            งานเขียนลายกำมะลอที่ได้ทำแก่สิ่งของขนาดใหญ่ มีตัวอย่าง เช่น ตู้ไม้ใส่หนังสือ ลับแล ฉากบังตา ม้าหมู่ เป็นต้น
            งานเขียนลายกำมะลอมีในงานขนาดใหญ่ ซึ่งแสดงให้เห็นความสำคัญและคุณค่ามาก คืองานเขียนลายกำมะลอบนบานประตู และบานหน้าต่างของโบสถ์
และวิหารในวัดสำคัญตัวอย่างเช่น ลายกำมะลอบนบานประตู และบานหน้าต่าง พระวิหารและศาลาการเปรียญวัดเฉลิมพระเกียรติที่จังหวัดนนทบุรี กระบวนการ
เขียนที่นี่มีลักษณะพิเศษตรงที่การใช้สีครามอ่อนอมเขียว ซึ่งเป็นสีที่ไม่เคยปรากฏใช้ในที่แห่งอื่น ๆ สีครามอ่อนอมเขียวเป็นใบไม้บนบานประตูและ บานหน้าต่าง
ณ สถานที่แห่งนี้ สดใสเป็นพิเศษ เป็นสิ่งแปลกในกระบวนการผสมสีในการเขียนระบายลายกำมะลอเพราะโดยปรกติของการผสมสีฝุ่นกับยางรักสีแต่ละสีจะถูก
ยางรักกดความสดใสลงถึงครึ่งหนึ่ง ทำให้สีในงานเขียนกำมะลอ ดูหม่นมืดทุกสีแต่ในกรณีสีครามอมเขียวบนบานประตูและบานหน้าต่าง พระวิหารกับศาลา
การเปรียญที่วัดเฉลิมพระเกียรติ น่าที่จะมีวิธีการผสมสีเป็นพิเศษต่างกว่าที่รู้ ๆ กันในเวลานั้น และน่าจะกล่าวได้ว่าเป็นวิธีการเฉพาะตัวของช่างผู้ทำการเขียนที่นั่น
โดยแท้ ทั้งนี้ไม่ปรากฏมีงานเขียนลายกำมะลอเขียนสีครามอ่อนอมเขียวได้รับการทำขึ้นในภายหลังและวิธีการผสมสีให้สดใสเช่นกล่าวนี้ ก็ยังเป็นความลับมาจน
กระทั่งปัจจุบัน งานเขียนลายกำมะลอบนบานประตูและหน้าต่าง ซึ่งได้ทำขึ้นเมื่อรัชกาลที่ 3 ที่มีความสวยงามพึงชม ควรเป็นตัวอย่างที่จะกล่าวไว้ที่นี้อีกแห่งหนึ่ง
คือ บานประตูและบานหน้าต่างหอไตร วัดโมฬีโลกยาราม ริมคลองบางกอกใหญ่ แต่เป็นเรื่องควรเสียใจยิ่งที่ภาพลวดลายเขียนด้วยวิธีกำมะลอส่วนใหญ่หลุดลอก
และสีตกจางลงไปมาก บางส่วนก็สูญหายและไม่เห็นร่องรอยเดิมเหลืออยู่เลย
            ยังมีรูปภาพเขียนด้วยวิธีกำมะลอ ประดับฝาผนังขนาดใหญ่ เขียนเป็นภาพเครื่องอาวุธต่าง ๆ เครื่องต้น เครื่องทรงผู้ขึ้นเป็นชุดอย่างงามที่ควรดูเป็น
ตัวอย่างได้อีกแห่งหนึ่งคือ ที่ในพระอุโบสถวัดนางนอง อยู่ริมถนนวุฒากาศ เขตบางขุนเทียน ธนบุรี
            งานประณีตศิลป์ประเภทลวดลายกำมะลอที่ได้พรรณนามานี้แต่ต้นนี้ ภายหลังนี้รัชกาลที่ 3 ไม่ปรากฏได้ทำสืบมาอีกเลยเป็นที่ควรเสียดายยิ่งทั้งในด้าน
ความดำริเริ่มปรับปรุงวิธีการอย่างจีน ให้คนไทยสามารถนำมาทำขึ้นเองได้อย่างหนึ่ง การแสดงออกความคิดในการเขียนผูกลวดลายที่ไร้รับการพัฒนาให้เหมาะ
สมกับวิธีการ ซึ่งปรับขึ้นใหม่นั้นอย่างหนึ่ง ยังการที่นำมาใช้เพื่อสร้างสิ่งใหม่ รูปแบบใหม่ขึ้นในวงการศิลปกรรมไทยอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งล้วนแต่เนื่องด้วยพระราชดำริ
ใน พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโดยแท้ ไม่ควรเลยที่คนในภายหลังได้ละเลยมองข้ามพระราชดำริในการฟื้นฟูและทำนุบำรุงการช่างประเภทนี้ขึ้นไว้เป็น
อย่างดีแล้วให้ลับสูญไปจากความสำนึกและความทรงจำ งานประณีตศิลป์ประเภทลายกำมะลอนี้ หากฟื้นฟูขึ้นได้อีกก็จะเป็นประโยชน์ในด้านการผลิตงานประณีตศิลป์
งานหัตถศิลป์เป็นสินค้าที่สามารถทำให้ได้มาซึ่งโภคทรัพย์อันเกิดแต่การจำหน่ายได้ดี ทัดเทียมงานประณีตศิลป์ประเภทอื่น ๆ ที่ได้ทำจำหน่ายกันดื่นอยู่ในปัจจุบัน

ความคิดเห็น (0)
ผู้ลงทะเบียนแล้วเท่านั้นจึงจะสามารถเขียนความคิดเห็นได้!